บทที่ 10 สามีแสนดี

ตอนที่ 10 สามีแสนดี

“คุณมาได้ยังไงคะ”

“คือพอดีว่า ผมผ่านมาแถวนี้น่ะครับ เลยคิดว่าจะแวะมาชวนคุณทานมื้อเที่ยง” คนโกหกไม่เก่งเบนสายตามองออฟฟิศใหญ่ของวีรดา เวลานี้พนักงานทุกคนเริ่มค่อย ๆ ขยับเท้าก้าวหลบไปจากการมายืนลุ้นมุงดูการง้อคู่หมั้นของชาติชาย และได้เห็นการันต์ในมาดใหม่ ที่คนในวงการหลายคนไม่เคยสัมผัสนั่นคือ ‘ความหวงเมีย’

“แค่ผ่านมาจริงหรือคะ” วีรดามองผ่านหัวไหล่สูงของสามีไปยังช่อดอกไม้สีฟ้าขาว ซึ่งการันต์วางมันเอาไว้ก่อนที่จะเข้ามาสาวหมัดใส่อดีตคนรักเก่าของเธอ

“ครับ ตั้งใจผ่านมา” การันต์หันไปหยิบช่อดอกไม้ แล้วนำมันมามอบให้กับภรรยาคนสวย

“เนื่องในโอกาสอะไรคะ”

“ดอกไม้เป็นกำลังใจให้กับภรรยาคนเก่ง คือขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าคุณชอบดอกไม้สีชมพู” การันต์มองไปยังกลีบดอกไม้สีชมพู ซึ่งปลิวกระจัดกระจายอยู่บนพื้น

“ฉันไม่ได้ชอบสีชมพูหรอกค่ะ แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบดอกไม้ด้วย”

“หา” สามีหน้าเสียก้มลงมองสิ่งที่ถืออยู่ในมือ

“แต่ฉันชอบความมุ่งมั่น ตั้งใจ ใส่ใจของคนให้มากกว่า ขอบคุณนะคะ ดอกไม้สวยมาก”

วีรดายื่นมือออกไปรับช่อดอกไม้จากสามี ไม่ลืมที่จะโชว์ความหวานของคู่แต่งงานใหม่ ด้วยการหอมแก้มเขาเป็นรางวัล ปลายจมูกกดลงไปสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ท่อนแขนสอดคล้องแขนสามีหมุนตัวเดินไปยังทิศทาง อันเป็นที่ตั้งของห้องทำงานประธานกรรมการบริษัท ไม่วายหันไปสั่งการพนักงานรักษาความปลอดภัย ให้ลากคอชาติชายออกไปให้พ้นหูพ้นตา

ภาพอดีตคนรัก แสดงความสนิทสนมรักใคร่กับคนรักใหม่ ยิ่งทำให้ชาติชายรู้สึกอับอาย เจ็บแค้นแน่นอยู่ในอก ไม่คิดว่าการก้าวพลาดของเขา ในวันนั้นเพียงครั้งเดียว จะทำให้เขาสูญเสียทุกอย่าง เมื่อไม่นานมานี้เขาเคยเดินเข้า เดินออก ตึกนี้อย่างภาคภูมิใจ หันไปทางไหนมีแต่คนเคารพยกย่องเกรงใจ แต่ดูเวลานี้สิเบื้องหลังสายตาหยามเหยียด เขามองเห็นแต่แววตารังเกียจเดียดฉันท์ชัดเจน

การสูญเสียวีรดา ผู้หญิงที่เคยทั้งรักและลุ่มหลงเขามาก มันหมายถึงการสูญเสียโอกาสทางด้านธุรกิจ การก้าวขึ้นเป็นลูกเขยเจ้าสัวใหญ่ ทั้งที่เขาควรได้ไปยืนอยู่บนยอดพีระมิดแห่งอำนาจ กลับกลายเป็นต้องมาตกที่นั่งลำบาก แทบไม่มีที่ยืนในสังคม

“ผมจะทำให้คุณคลานสี่ขา มาเลียไข่ผมเหมือนเมื่อก่อนให้ได้วีรดา การันต์ฉันไม่ยอมให้แก แย่งทุกอย่างไปจากฉันง่าย ๆ หรอก”

“เรื่องของนายชาติชาย ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เลยนะครับ” การันต์ตัดสินใจ พูดโยงกลับไปหาความสัมพันธ์ครั้งเก่าของภรรยา หลังจากการเผชิญหน้ากันมาสองครั้ง การันต์จึงมั่นใจว่าผู้ชายคนนั้น คงไม่ปล่อยอดีตคู่หมั้นไปง่าย ๆ แน่

“คุณคงไม่คิดว่าวี จะกลับไปคืนดีกับเขาใช่ไหมคะ”

“ไม่ครับ ถึงแม้เราสองคนเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ยังรู้จักกันและกันไม่มากพอ แต่ผมเชื่อว่าผู้หญิงเก่งอย่างคุณ จะไม่เดินถอยหลังแน่นอน”

“นับว่าคุณรู้จักและรู้ใจฉัน มากกว่าคนที่เคยคบกันมาสิบปี” วีรดายิ้มให้กับความโชคดีที่คืนนั้นเธอเดินผ่านประตูวิวาห์มากับการันต์

“จริงสิครับ คืนนี้คุณจะกลับไปรอผมที่คอนโดเหมือนเดิมหรือเปล่า”

“มีอะไรอย่างนั้นหรือคะ”

“คืนนี้ ผมต้องไปงานเลี้ยงน่ะ อาจจะกลับดึกหน่อย”

“พอดีเลยค่ะ ฉันเองก็มีธุระเหมือนกัน คิดว่าจะโทรบอกคุณอยู่เหมือนกัน อย่างนั้นต่างคนต่างไป แล้วค่อยกลับไปเจอกันที่คอนโดนะคะ”

“คุณจะไปไหน เลิกดึกมากหรือเปล่า ให้ผมไปรับไหม” วีรดาถึงกับฉีกยิ้มกว้างให้กับความเอาใจใส่ของสามี

ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ สิ่งที่เธอได้ยินจนชินหูจากอดีตคนรักคือคำสั้น ๆ ว่าให้เธอขับรถกลับบ้านดี ๆ หรือไม่ก็เดี๋ยวค่อยเจอกัน แต่ดูเอาเถอะผู้ชายแสนประเสริฐตรงหน้า ถามไถ่เสียอย่างกับว่าเขาเห็นเธอเป็นเด็กสาวอายุยังไม่พ้นผู้เยาว์อย่างนั้นแหละ

“คุณเองก็มีธุระนี่คะ แล้วจะมารับฉันได้ยังไง”

“ได้สิทำไมจะไม่ได้ ขอแค่คุณบอกมาว่าอยากให้ผมไปรับ แค่ขับรถไปรับเมีย...เอ่อ รับคุณไม่ได้ยากสักหน่อย”

“ได้ค่ะ เอาไว้ใกล้เสร็จธุระแล้ว ฉันจะโทรหา”

ภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยผู้คนในแวดวงธุรกิจ การันต์ถูกนางแบบสาวสวยคนหนึ่งแทรกตัวมายืนประชิดจนต้นแขนรับรู้ถึงความนุ่มหยุ่นของเนินอก หางตาเฉี่ยวชัดคมผ่านการกรีดอายไลน์เนอร์สะบัดช้อนมองขึ้นมาสบตาหวาน

“ได้ยินชื่อของคุณการันต์มานาน วันนี้มีโอกาสได้มาพบตัวจริง คุณดูดีมากเลยนะคะ ไม่น่าเชื่อว่ายังโสด” เอมมี่นางแบบสาวสวยเป็นฝ่ายเริ่มต้นชวนสนทนาก่อน

“ขอบคุณครับ อันที่จริงผมแต่งงานแล้ว”

“เอ๋ อย่างนั้นหรือคะ ทำไมเอมมี่ไม่เห็นรู้ข่าว”

“คือผมกับภรรยาเราเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานครับ คุณเอมมี่ไม่ทราบก็ไม่แปลกอะไร”

“น่าเสียดายจังเลยนะคะ เราน่าจะเจอกันเร็วกว่านี้” มือเรียวสอดเข้าไปคล้องท่อนแขนอย่างสนิทสนม ออกแรงรั้งบิดให้การันต์หันไปเผชิญหน้ากับกล้องถ่ายรูปตัวใหญ่

“คุณการันต์คะ ให้เกียรติถ่ายรูปคู่กับเอมมี่สักหน่อยได้ไหมคะ” เป็นการตั้งคำถามที่ไม่ได้รอให้เขาตอบตกลง เพราะนางแบบดังหันหน้าไปส่งยิ้มให้กล้องทันที

“ครับ” แขนขยับดึงข้อศอกให้ถอยออกมาห่างจากการถูกครอบครอง

“งานเลี้ยงเลิกแล้ว คุณการันต์ไปดื่มต่อที่ไหนหรือเปล่าคะ”

“ไม่ครับ ผมต้องไปรับภรรยา” การันต์พลิกหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูว่าวีรดาได้โทรมาหาตนหรือเปล่า หากแต่หน้าจอสว่างนั้นไม่มีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับสายมิสคอล

สามีแสนดีเดินเลี่ยงหลบออกมาจากงานเลี้ยงกดเบอร์โทรศัพท์เพื่อสอบถามพิกัดที่อยู่ของภรรยา กระทั่งรู้ว่าวีรดาติดงานสังสรรค์อยู่อีกฟากของเมือง จึงบอกให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าตนเองกำลังจะขับรถไปรับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป